26 มิถุนายน 2556

มาแล้ว!! รับตรง 57 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ (4 โครงการ)

  • ชัวร์แล้ว รับตรงคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ปี 57 เปิดรับ 4 โครงการเริ่ม 25 ก.ค.นี้

  • Post : 26 มิถุนายน 2556 , View : 18,086


สวัสดีครับ วันนี้ พี่ลาเต้ มีความคืบหน้าการรับตรงปี 2557 พร้อมกับกิจกรรมแนะแนวสำหรับน้องๆ ที่อยากสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาฝากกันครับ ปีนี้มีเปลี่ยนแปลงหลายส่วน ไปติดตามรายละเอียดกันเลยครับ
เด็กดีดอทคอม :: มาแล้ว!! รับตรง 57 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ (4 โครงการ)

โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 56 ทางฝ่ายวิชาการ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เปิดเผยกับทีมข่าวการศึกษาเว็บไซต์เด็กดีดอทคอมว่า "ในปีการศึกษา 2557 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ จะเปิดรับนิสิตใหม่ทั้งหมด 2 รอบใหญ่ๆ คือ รอบ กสพท. รับ 200 ที่นั่ง และรอบรับตรง รับ 113 ที่นั่ง โดยรอบรับตรงนั้นจะเปิดรับผ่าน 4 โครงการ ดังนี้
- โครงการผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท 60 ที่นั่ง
- โครงการกระจายแพทย์หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน 20 ที่นั่ง
- โครงการโอลิมปิกวิชาการ (ชีววิทยา) 3 ที่นั่ง
- โครงการผลิตแพทย์ร่วมกับกรมการแพทย์ทหารอากาศ 30 ที่นั่ง

ซึ่งในปีนี้จะเปลี่ยนเกณฑ์การรับสมัครใหม่ จากเดิมที่ใช้คะแนน GAT PAT1 และ PAT2 ได้เปลี่ยนมาใช้เป็นการจัดสอบเอง โดยศูนย์ทดสอบทางวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแทน

ทั้งนี้ทางฝ่ายวิชาการ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ยังเปิดเผยอีกว่า "โครงการรับตรง 4 โครงการนั้น มีโครงการผลิตแพทย์ร่วมกับกรมการแพทย์ทหารอากาศ (ร.พ.ภูมิพล) เป็นโครงการรับตรงที่สามารถสมัครได้ทั่วประเทศ ส่วนอีก 2 โครงการอย่างโครงการผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท, โครงการกระจายแพทย์หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน จะจำกัดพื้นที่ให้นักเรียนจากจังหวัดที่กำหนดคือ โครงการผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท กำหนด 9 จังหวัด คือ สมุทรปราการ ชลบุรี จันทบุรี ระยอง ตราด นครนายก พระนครศรีอยุธยา และสมุทรสาคร สมุทรสาคราม ส่วนโครงการกระจายแพทย์หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน กำหนด 6 จังหวัด คือ สมุทรปราการ ชลบุรี จันทบุรี ระยอง ตราด นครนายก"

ปฏิทินการรับสมัคร
รับสมัคร 25 กรกฎาคม 56 - 8 สิงหาคม 56
สอบคัดเลือก 18-21 ตุลาคม 56

กิจกรรม
"เส้นทางสู่ความเป็นแพทย์ จุฬาฯ"

ด้วยความที่ปีนี้เป็นปีแรกที่ทาง คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ปรับเปลี่ยนวิธีและกำหนดการคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาในคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยใหม่ทั้งหมด ทางคณะจึงได้จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ “เส้นทางสู่ความเป็นแพทย์จุฬาฯ” เพื่อให้น้องๆ ได้สอบถาม และเตรียมตัวรู้ทันกับการเปลี่ยนแปลงในปีนี้ โดยจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 13 กรกฎาคม 2556 ณ ห้องประชุมเฉลิมพรมมาส ตึก อปร. ตั้งแต่เวลา 9.00-14.40 เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการคัดเลือกเข้าศึกษา และการศึกษาในคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย งานนี้มีอาจารย์ประจำคณะ และรุ่นพี่ๆ รอต้อนรับมากมาย ผู้ปกครอง ครูแนะแนว หรือน้องๆ ที่สนใจสามารถโทรไปจองที่นั่งได้เลย ทางหมายเลข 02-256-4478 ครับ

เริ่มแล้ว!! บริการรับข่าวแอดมิชชั่น+รับตรงปี 2557 ผ่านทาง SMS คลิกที่นี่ เด็กดีดอทคอม :: มาแล้ว!! รับตรง 57 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ (4 โครงการ)
เด็กดีดอทคอม :: มาแล้ว!! รับตรง 57 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ (4 โครงการ)

ใครเล่นทวิตเตอร์มา Follow ตามข่าวรับตรงแอดมิชชั่นจากพี่ได้นะ @lataedekd

   #รับตรง โครงการเรียนดี   
   มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี   
   ปีการศึกษา 2557  


#รับตรง โครงการเรียนดี ม
 
   กำนดการรับสมัคร   
 
#รับตรง โครงการเรียนดี ม

   คุณสมบัติผู้สมัครและเกณฑ์การคัดเลือก   

#รับตรง โครงการเรียนดี ม
#รับตรง โครงการเรียนดี ม

#รับตรง โครงการเรียนดี ม

#รับตรง โครงการเรียนดี ม

#รับตรง โครงการเรียนดี ม

#รับตรง โครงการเรียนดี ม

#รับตรง โครงการเรียนดี ม

#รับตรง โครงการเรียนดี ม

#รับตรง โครงการเรียนดี ม

#รับตรง โครงการเรียนดี ม

#รับตรง โครงการเรียนดี ม

#รับตรง โครงการเรียนดี ม
 
   พี่โดม #แนะน้อง   

         >> น้องๆสนใจสาขาไหน ถ้าคุณสมบัติครบตามที่ระเบียบการกำหนด ก็สมัครได้เลย โดยช่องทางที่เปิดรับสมัคร คือ การรับสมัครออนไลน์ เท่านั้น 

         >> ผู้สมัคร สามารถสมัครได้ 1 สาขา เท่านั้น


         >> โดยในเบื้องต้น ผู้สมัครที่ดำเนินการสมัครออนไลน์ ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2556 - 29 สิงหาคม 2556 ยังไม่ต้องชำระค่าสมัครใดๆทั้งสิ้น

              - เฉพาะ ผู้มีสิทธิ์สอบข้อเขียนและมีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์เท่านั้น ที่ต้องชำระเงินค่าสมัคร 
              - การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบข้อเขียนและมีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ ในวันที่ 29 สิงหาคม 2556
              - การชำระเงินค่าสมัคร สำหรับผู้มีรายชื่อเป็นผู้มีสิทธิ์สอบข้อเขียนและมีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ ชำระเงินค่าสมัคร วันที่ 29 สิงหาคม 2556 - 4 กันยายน 2556 

         >> ในขั้นตอนของการดำเนินการสมัครออนไลน์ ผู้สมัครจะต้องอัพโหลดหลักฐานที่ใช้ในการสมัคร ด้วย 

               ระบบรับสมัครจะให้ผู้สมัครอัพโหลดหลักฐานการสมัคร (ถ้ามี) ซึ่งไม่มีผลต่อการพิจารณาเรียกสอบ ผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกทุกคนต้องนำหลักฐานทั้งหมดมาในวันสอบสัมภาษณ์อีกครั้งเพื่อให้ตรวจหลักฐานอีกครั้ง

17 มิถุนายน 2556

แต่ละคณะ...เรียนอะไร??? (ตอนที่2)





UploadImage




แต่ละคณะ...เรียนอะไร??? (ตอนที่2)
เลือกเรียนคณะในฝันอย่างชาญฉลาด



เรียนรู้ข้อมูลของ 3 คณะในฝันของหลายๆ คนกันแล้ว ก็มาเรียนรู้ต่อด้วย อีก 3 คณะ ที่เชื่อว่าฮอตฮิตไม่แพ้คณะไหนๆ ไม่ว่าจะแป็น ทันตแพทย์ศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ และเภสัชศาสตร์...ไม่เสียเวลาไปตามดูข้อมูลของ 3 คณะที่ว่ากันเลย!!!







UploadImage





คณะทันตแพทยศาสตร์

ทันตแพทยศาสตร์ เป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยการศึกษาเรื่องฟัน อวัยวะในช่องปาก และอวัยวะอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทำหน้าที่ในการบดเคี้ยวอาหาร ช่วยออกเสียงและส่งเสริมบุคลิกภาพอันเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับความสมบูรณ์ของ ชีวิตและสุขภาพของมนุษย์ ผู้ที่สำเร็จการศึกษาจะมีความสามารถในการตรวจวินิจฉัย วางแผน และบำบัดรักษาโรคในช่องปากและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนบูรณะเพื่อฟื้นฟูสุขภาพ อีกทั้งมีความสามารถในการป้องกันโรคฟันผุแก่ชุมชน เผยแพร่ความรู้ทางทันตสุขศึกษา และทำการวิจัยทางด้านทันตแพทยศาสตร์ คุณสมบัติของผู้เข้าศึกษา จะต้องเป็นผู้จบมัธยมศึกษาตอนปลายสายวิทยาศาสตร์ และมีคุณสมบัติที่จะเข้ารับราชการได้ นอกจากนี้ควรเป็นผู้มีฝีมือปั้นพอสมควร

มาดูกันสิว่าแนวทางในการประกอบอาชีพเมื่อจบหลักสูตรมีอะไรกันบ้าง...ขึ้นชื่อว่าทันตแพทย์ ก็คงหนีไม่พ้นกับเรื่องของ “ฟัน” ผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต จะมีความรู้ความสามารถในทางทันตกรรม และสามารถประกอบอาชีพได้ ดังนี้

1.เป็นอาจารย์สอนและวิจัย เป็นทันตแพทย์ในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย รัฐวิสาหกิจ สภากาชาดไทย ฯลฯ
2. ประกอบอาชีพสาขาทันตกรรมในคลินิกส่วนตัวและโรงพยาบาลเอกชน


มาต่อกันที่ “พยาบาลศาสตร์” เชื่อว่าน้องๆ หลายคนใฝ่ฝันที่จะใส่ชุดพยาบาลสีขาวสะอาดบริสุทธิ์ ซึ่งจะว่าไป “พยาบาล” ก็เสมือน “นางฟ้า” ของคนป่วย จริงไหมคะ?? มาดูกันว่าถ้าอยากเป็นพยาบาลจะต้องเรียนอะไรบ้าง...






UploadImage





คณะพยาบาลศาสตร์

พยาบาลศาสตร์ เป็นการศึกษาที่เน้นหนักในการให้บริการด้านสุขภาพอนามัยแก่ผู้ป่วยทางกายหรือทางจิต ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทุพพลภาพและผู้สูงอายุ การให้บริการด้านพยาบาล คำนึงถึงความต้องการของคนไข้ ตามลักษณะของโรคที่เป็น สังเกตและบันทึกความเปลี่ยนแปลงของคนไข้ รายงานให้แพทย์ทราบถึงอาการผิดปกติที่เกี่ยวกับร่างกาย อารมณ์ และจิตใจ ช่วยฟื้นฟูสุขภาพ ช่วยคนไข้ให้ปรับตัวเข้ากับภาวะขัดข้องใด ๆ ที่อาจเกิดจากการเจ็บป่วย จัดให้คนไข้มีสิ่งแวดล้อมที่ถูกสุขอนามัย ป้องกันและควบคุมการเผยแพร่ของโรคติดเชื้อ สอนคนไข้และประชาชนทั่วไปให้รู้จักรักษา และส่งเสริมสุขภาพ ร่วมงานกับเจ้าหน้าที่ฝายการแพทย์ แลอนามัยแขนงอื่น ๆ ในด้านบริการคนไข้


ใครที่อยากเรียนพยาบาล จะต้องเป็นคนที่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้...

1.มีความรู้พื้นฐานวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เป็นอย่างดี จบมัธยมศึกษาตอนปลายสายวิทยาศาสตร์
2.มีสุขภาพกายและจิตดี มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่รังเกียจผู้ป่วย มีเมตตากรุณา และมีความรักในเพื่อนมนุษย์
3.เสียสละทั้งด้านเวลาและตนเองให้แก่ผู้ป่วยทุกคน มีความอดทน อดกลั้น


ส่วนแนวทางในการประกอบอาชีพของผู้จบหลักสูตรนี้ ก็คงต้องเป็น “พยาบาล” นั่นเอง ซึ่งจะรับราชการในหน่วยงานของรัฐ หรือทำงานในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและเอกชน มีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ รายได้ค่อนข้างดี แถมยังสามารถศึกษาต่อระดับปริญญาโท และเอกสาขาพยาบาลศาสตร์ได้ทั้งในและต่างประเทศอีกด้วย!


อีก 1 คณะสำหรับตอนที่ 2 นี้ “เภสัชศาสตร์” ใครอยากเป็น “เภสัชกร” ก็ต้องมาศึกษาข้อมูลเบื้องต้นกันก่อนว่าต้องเรียนอย่างไรบ้าง ซึ่งจะรอช้าทำไม ตามไปดูกันเลย...






UploadImage




คณะเภสัชศาสตร์

เภสัชศาสตร์ คือ ศิลปะและวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการปรุงผสม ผลิต และจ่ายยา รวมถึงการเลือกสรรจัดหายาสำเร็จรูป เวชภัณฑ์ต่าง ๆ ตลอดจนข้อมูลที่เกี่ยวขอ้งเพื่อให้บริการ และให้คำปรึกษาแนะนำที่เหมาะสม ตรวจสอบทบทวนการใช้ยา พร้อมทั้งติดตามดูแลการใช้ยาของผู้ป่วย โดยภาพรวมคือ ระบบความรู้ที่ก่อให้เกิดความสามารถที่จะให้บริการด้านสุขภาพด้วยความเข้าใจในเรื่องยา และผลที่เกิดจากยา เพื่อให้การบำบัดรักษาได้ผลดีที่สุด โดยรับผิดชอบร่วมกับบุคลากรสุขภาพอื่น ๆ ในอันที่จะทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
นอกจากนี้ ยังเกี่ยวข้องกับการค้นคว้าประดิษฐ์ ผลิตยาในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้เหมาะสมและสะดวกต่อการนำมาใช้บำบัดรักษาโรคในผู้ป่วย ตลอดจนควบคุมคุณภาพให้ได้มาตรฐานตามกำหนด โดยการศึกษาเน้นหนักการให้บริการการศึกษาพื้นฐานสำหรับวิชาชีพเภสัชกรรม ในแนวกว้าง และเลือกเรียนวิชาเฉพาะทางใน2 สาขา ดังนี้

1.เภสัชกรรมปฏิบัติและการบริหารเภสัชกิจ
ประกอบด้วยสาขาย่อย คือ เภสัชกรรมคลินิก การบริหารเภสัชกรรมในโรงพยาบาล สาธารณสุข และเภสัชธุรกิจ

2.เภสัชศาสตร์ และเทคโนโลยี
ประกอบด้วยสาขาย่อย คือ เภสัชผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติและชีววัตถุ ผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องสำอาง และการประกันควบคุมคุณภาพ


คนไหนอยากเรียนในหลักสูตรนี้ก็ต้องจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายสายวิทยาศาสตร์ ต้องไม่เป็นโรค หรือความพิการที่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการปฏิบัติหน้าที่เภสัชกร


แล้วถ้าเรียนจบหลักสูตรเภสัชศาสตร์แล้ว แนวทางในการประกอบอาชีพต่อไปละเป็นอย่างไร...ซึ่งคนที่เรียนจบเภสัชฯ แล้วก็จะสามารถทำงานในหน่วยงานของรัฐและเอกชน เช่น เภสัชกรโรงพยาบาล ศูนย์อนามัย สถานีอนามัย เป็นเภสัชกรอุตสาหกรรม ในโรงพยาบาล หรือบริษัทจำหน่ายยาทั้งของรัฐและเอกชน แบ่งออกเป็นแผนกผลิต แผนกควบคุมมาตรฐาน และแผนกวิจัย เภสัชกรชุมชน เป็นเจ้าของผู้จัดการหรือเภสัชกรประจำร้านขายยา เภสัชกรการตลาด ทำหน้าที่แนะนำผลิตภัณฑ์ยา และสามารถศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ปริญญาเอก ทั้งในและต่างประเทศ




ทีนี้ก็ถึงเวลาที่น้องๆ จะสำรวจตัวเองกันแล้ว ว่าชอบอะไร อยากเรียนอะไร อยากเป็นอะไร แล้วก็สร้างแรงบันดาลใจใส่ให้เต็มเปี่ยมเพื่อก้าวไปสู่ความใฝ่ฝันนะคะ...เป็นกำลังใจให้ทุกๆ คนค่ะ ^ ^








ภารดี วงค์เขียว
ศูนย์ข่าวการศึกษาไทย

แต่ละคณะ...เรียนอะไร??? (ตอนที่1)



UploadImage

แต่ละคณะ...เรียนอะไร??? (ตอนที่1)
เลือกเรียนคณะในฝันอย่างชาญฉลาด


ด้วยหลักสูตรที่หลากหลายจากหลายๆ สถาบันการศึกษาที่จัดการเรียนการสอน เพื่อให้นักเรียนได้เลือกเข้าไปศึกษาต่อในด้านที่สนใจชื่นชอบ และด้านที่ถนัด ซึ่งคณะและสาขาในสถาบันอุดมศึกษานั้นจะมีบางคณะวิชาที่จัดการเรียนการสอนเหมือนหรือคล้ายคลึงกัน แต่ใช้ชื่อแตกต่างกัน ดังนั้น ก็คงไม่น่าแปลกที่อาจมีน้องๆ หลายๆ คนยังรู้สึกสับสนหรือยังเข้าใจผิดอยู่บ้าง ว่าแต่ละคณะเรียนอะไรกันบ้าง...

ทางหนึ่งที่จะช่วยให้น้องๆ เลือกเรียนได้ตรงคณะ ตรงใจ และสามารถที่จะเดินไปตามเส้นทางฝันได้ก็คือการรู้และเข้าใจข้อมูลเบื้องต้นของแต่ละคณะว่าเรียนอะไรบ้าง และมีแนวทางในการประกอบอาชีพในอนาคตอย่างไรบ้าง ซึ่งนับว่าเป็นความจำเป็นที่น้องๆ ต้องเข้าใจอย่างถูกต้อง และการตัดสินใจอย่างชาญฉลาดเพื่อเข้าเรียนในคณะและมหาวิทยาลัยในฝันนั้นก็มีองค์ประกอบง่ายๆ โดยอันดับแรกต้องเริ่มจากการสำรวจตัวเองว่า ชอบวิชาไหน ไม่ชอบวิชาไหน รวมทั้งทบทวนบุคลิกภาพตัวเองว่าเหมาะสมหรือไม่...จากนั้นก็ต้องศึกษาข้อมูลของแต่ละคณะว่าเป็นอย่างไร

เพื่อให้การตัดสินใจของน้องๆ ในการเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษาเป็นไปอย่างชาญฉลาด เรามาศึกษาข้อมูลเบื้องต้นของแต่ละคณะไปพร้อมๆ กันเลย...

เริ่มต้นกันที่คณะที่หลายๆ คนใฝ่ฝัน แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเรียนได้ เพราะเป็นคณะที่ต้องใช้ความพยายามและต้องมีคะแนนที่สูงลิ่วถึงจะมีสิทธิ์ได้เข้าเรียนอย่าง “คณะแพทยศาสตร์”




UploadImage



คณะแพทยศาสตร์ : แพทย์ เป็นวิชาชีพที่กระทำต่อมนุษย์ เกี่ยวกับการตรวจโรค วินิจฉัยโรค การบำบัดโรค การป้องกันโรค การผดุงครรภ์ การปรับสายตาด้วยเลนส์สัมผัส การแทงเข็ม หรือการฝังเข็มเพื่อการบำบัดโรค หรือเพื่อระงับความรู้สึก และหมายรวมถึง การทำทางศัลยกรรม การใช้รังสี การฉีดยาหรือสาร การสอดใส่วัตถุใด ๆ เข้าไปในร่างกาย การเสริมสวย หรือการบำรุงร่างกาย แพทย์ที่จบการศึกษาตามหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต จะเป็นแพทย์ที่มีความรู้ความสามารถที่จะปฏิบัติงานทางการแพทย์และสาธารณสุข ที่มุ่งให้ประชาชนในขาติมีคุณภาพชีวิตที่ดีถ้วนหน้า

นอกจากนั้น ยังต้องสามารถวางแนวทางในการป้องกันและแก้ปัญหาสุขภาพของชุมชนใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม ตามความจำเป็นของผู้ป่วย และสังคม มีมนุษยสัมพันธ์ และทักษะในการสื่อสารตลอดจนมีคุณธรรม และความรับผิดชอบต่อหน้าที่คุณสมบัติของผู้เข้าศึกษา โดยคนที่จะเรียนคณะนี้ต้องเป็นผู้ที่จบมัธยมศึกษาตอนปลายสายวิทยาศาสตร์ และมีคุณสมบัติที่จะเข้ารับราชการได้หลังจากจบการศึกษาแล้ว สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือ ต้องเป็นคนที่รักและชอบที่จะให้ความช่วยเหลือแก่เพื่อนมนุษย์

สำหรับแนวทางในการประกอบอาชีพของน้องๆ ที่เรียนแพทย์ ซึ่งการศึกษาในคณะแพทยศาสตร์ ในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐนั้น รัฐต้องมีค่าใช้จ่ายโดยตรงต่อนิสิต – นักศึกษา แต่ละคนในอัตราที่สูงมาก ดังนั้นจึงถือว่าผู้ที่เข้าศึกษาในคณะแพทยศาสตร์ เป็นผู้ที่ได้รับทุนการศึกษาตั้งแต่เริ่มเข้าเรียน และจะต้องทำสัญญาที่จะปฏิบัติงานตามความต้องการของทางราชการเป็นเวลา 3 ปี (ยกเว้นผู้เข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาของเอกชน) เข้าใจง่ายๆ คือเหมือนทำงานชดใช้ทุนที่ใช้ในตอนที่เรียน และหลังจากปฏิบัติงานตามความต้องการของทางราชการแล้ว แพทย์ที่สนใจสามารถกลับเข้าศึกษาต่อในระดับสูงขึ้นทั้งทางด้านวิชาการและวิชาชีพ เช่น หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต หลักสูตรวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต หรือเข้ารับการฝึกอบรมในสาขาวิชาชีพหลักสูตร 3 ปี เพื่อวุฒบัตรแพทย์เฉพาะทางของแพทยสภา...ขึ้นชื่อว่า “แพทยศาสตร์” เรียบจบแล้วก็คงหนีไม่พ้นวงการแพทย์อย่างแน่นอน...

มาต่อกันที่คณะที่คะแนนสูงไล่ๆ กันมา แบบไม่มีใครยอมแพ้ใคร อย่าง “วิศวกรรมศาสตร์” อีกหนึ่งสาขาวิชาที่มีคนใฝ่ฝันที่จะเรียนและก้าวไปสู่อาชีพทางด้านวิศวกรจำนวนมาก...



UploadImage



คณะวิศวกรรมศาสตร์: วิศวกรรมศาสตร์ เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เพื่อสนองความต้องการของมนุษย์ ด้วยการใช้องค์ความรู้ต่างๆ เช่น คณิตศาสตร์ และประสบการณ์ เพื่อออกแบบอุปกรณ์และกระบวนการต่างๆ คนที่ทำงานด้านวิศวกรรมจะเรียกว่า วิศวกร (วิศวกรในบางสาขาจำเป็นจะต้องขึ้นทะเบียนเพื่อขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมจากสภาวิศวกรก่อน ถึงจะออกแบบและเซ็นรับรองแบบได้)
ถามว่า เด็กวิศวะ ทำอะไรได้บ้าง ตอบง่ายๆ คือ เรียนจบมาก็ต้องเป็นวิศวกรแน่นอน แต่ก็จะแตกต่างกันไปตามสาขา เช่น เป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์, วิศวกรไฟฟ้า, วิศวกรในโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ, วิศวกรเคมี, วิศวกรระบบ, วิศวกรโยธา, วิศวกรอากาศยาน, เป็นต้น อาจารย์มหาวิทยาลัย, นักวิชาการ, นักวิจัย, พนักงานบริษัทต่างๆ เช่น บริษัทคอมพิวเตอร์, บริษัทรถยนต์, บริษัทน้ำมัน, เป็นต้น

น้องๆ คนไหนที่สนใจเรียนคณะนี้ ต้องรักและชื่นชอบการคำนวณ เลข ฟิสิกส์ เพราะใช้เป็นพื้นฐานในการคิดอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งของการเรียนวิศวะ และแน่นอนว่า การเรียนวิศวะ ซึ่งสอนให้คิดอย่างเป็นระบบ วิเคราะห์อย่างละเอียดรอบคอบนี้ ย่อมสร้างน้องๆ ให้เป็นคนที่มีความรอบคอบอย่างที่สุด...

คณะต่อไปที่เราจะมาศึกษาข้อมูลพร้อมๆ กัน ก็คือ คณะที่นับว่าเป็นศาสตร์แห่งการออกแบบทั้งหลาย “สถาปัตยกรรมศาสตร์”



UploadImage



สถาปัตยกรรม: เป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยการออกแบบกายภาพด้านต่างๆ เช่น การออกแบบอาคารสิ่งก่อสร้าง ผลิตภัณฑ์การออกแบบภายใน ตลอดจนการปรุงแต่งสภาพแวดล้อมให้ได้ประโยชน์ใช้สอยที่ดีที่สุดแก่เจ้าของงาน และประชาชนที่เกี่ยวข้อง ในขณะเดียวกันก็เป็นการแสดงออกถึงคุณค่าแห่งศิลปะในสิ่งที่สร้างสรรค์ขึ้น นั้น นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึงด้านการวางแผนและเคหการอีกด้วย

การศึกษาในคณะนี้มีสาขาให้เลือกศึกษาดังต่อไปนี้...
1.สาขาวิชาสถาปัตยกรรม ศึกษาการออกแบบสถาปัตยกรรมโดยคำนึงถึงสภาวะแวดล้อมการใช้วัสดุ วิธีการก่อสร้าง และความรู้ทางสาขาวิชาวิศวกรรมที่เกี่ยวข้อง คำนึงสภาพเศรษฐกิจ สังคม และศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนความงาม และความเป็นระเบียบเรียบร้อยทั้งส่วนของโครงการที่ปฏิบัติและผลกระทบต่อส่วน รวม ทั้งนี้จะเน้นปัจเจกภาพเฉพาะบุคคลเป็นสำคัญ
2.สาขาวิชาสถาปัตยกรรมไทย ศึกษาการออกแบบสถาปัตยกรรมไทย และศึกษาแหล่งที่มาอิทธิพลขององค์ประกอบสถาปัตยกรรมไทยศึกษา และฝึกหัดเขียนลายไทยชนิดต่าง ๆตั้งแต่ง่ายไปจนถึงการบบรจุลายลงบนส่วนประกอบสถาปัตยกรรมให้ถูกต้องตาม หน้าที่ และสามารถออกแบบสถาปัตยกรรมไทยให้เหมาะสมกับสภาพท้องถิ่นและสังคมปัจจุบัน
3.สาขาวิชาการปัตยกรรมภายใน เป็นศาสตร์ที่ประสานกันระหว่างงานสถาปัตยกรรม และงานออกแบบภายใน เป็นวิชาชีพทางด้านการออกแบบที่เกี่ยวข้องกับงานสถาปัตยกรรมซึ่งเน้นการจัด ที่ว่างภายในอาคารเพื่อประโยชน์ใช้สอย และความงามโดยคำนึงถึงสภาพแวดล้อมวัสดุและเทคโนโลยีในการก่อสร้างความรู้ทาง วิศกรรมที่เกี่ยวข้อง การประหยัดพลังงานและทรัพยากร สภาพเศรษฐกิจ สังคม และศิลปวัฒนธรรม เพื่อให้การใช้สอยภายในอาคารเกิดสภาพแวดล้อมที่ดีมีคุณภาพเหมาะสมแก่ผู้ใช้ อาคารทั้งด้านร่างกายและจิตใจ
4.สาขาวิชาการออกแบบอุตสาหกรรม เน้นหนักการออกแบบ 5 สาขา คือ การออกแบบผลิตภัณฑ์ การออกแบบตกแต่งภายใน การออกแบบเลขะนิเทศ การออกแบบเครื่องเคลือบดินเผา และการออกแบบสิ่งทอ โดยจะต้องศึกษาพื้นฐานทั้ง 5 สาขา แล้วเลือกเน้นสาขาที่ตนถนัด และทำวิทยานิพนธ์ในสาขานั้น
5.สาขาวิชาภูมิสถาปัตยกรรม เน้นหนักด้านการปรุงแต่งสิ่งแวดล้อมของมนุษย์และธรรมชาติให้มีความสมดุลซึ่ง กันและกัน ศึกษาด้านสุนทรียภาพและการใช้สอยของเมืองและที่อยู่อาศัยของมนุษย์ รวมถึงออกแบบสวนสาธารณะ สวนสัตว์ การอนุรักษ์ธรรมชาติ ป่า ต้นน้ำ ตลอดจนการอนุรักษ์โบราณสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์

น้องๆ ที่จบการศึกษาตามหลักสูตรด้านการออกแบบสาขาต่างๆ ข้างต้นสามารถประกอบวิชาชีพอิสระ รับราชการ หรือทำงานบริษัทต่างๆ ได้อย่างกว้างขวางโดยเฉพาะด้านการพัฒนา เช่น การออกแบบการก่อสร้าง การอุตสาหกรรม การโฆษณา รวมทั้งการอนุรักษ์ด้านต่างๆ เช่น การอนุรักษ์ธรรมชาติ โบราณสถาน และสถาปัตยกรรม ฉะนั้นแล้วคนที่จะเรียนและประกอบอาชีพด้านสถาปัตยกรรมควรเป็นผู้ที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีจินตนาการและทักษะในด้านทัศนศิลป์ที่สมดุลกับความรู้พื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ เพราะวิชาการออกแบบเป็นวิชาศิลปประยุกต์ ผู้สมัครเข้าเรียนจะต้องสอบผ่านวิชาความถนัด ด้านการออกแบบ จึงจะมีสิทธิ์เข้าศึกษาในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ได้


เรียนรู้และทำความเข้าใจไปพร้อมๆ กัน 3 คณะแล้ว...แต่ยังไม่หมดแค่นี้นะคะ ยังมีอีกหลากหลายคณะ ซึ่งเราจะมาเรียนรู้ไปพร้อมๆ กันในตอนต่อไป...น้องๆ คนไหน ฝันอยากเป็นอะไร ตั้งใจเรียนคณะไหน ต้องรอติดตามกันไปจนจบทุกๆ ตอน...สัญญานะคะว่าจะมาร่วมเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน เพื่อการตัดสินใจเรียนคณะในฝันอย่างชาญฉลาด...แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ!
อัพเดท รับตรง 57 ประจำวันที่ 6 มิุนายน 2556


         สวัสดีค่ะ น้องๆ ชั้นม. 6 ไม่รู้ว่าน้องๆ เตรียมตัวที่จะสอบAdmissions สิ้นปีนี้กันหรือยัง อย่าลืมนะคะว่าปีนี้ สอท. ได้ ปรับองค์ประกอบคะแนนแอดมิชชัน 2557 อีกแล้วนะคะ และวันนี้ศูนย์ข่าวการศึกษาไทยก็มีข่าวอัพเดทโครงการรับตรง ปีการศึกษา 2557 (อัพเดทเมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 56 เวลา 10.25 น.) มาฝากกันค่ะ ได้แก่


1. โครงการคัดเลือกตรงประเภทเรียนดี 2557 ม.พระจอมเกล้าธนบุรี (บางมด)
2. กำหนดการ GAT/PAT และวิชาสามัญ 7 วิชา 2557
 3. รับตรง ทันตแพทย์ ม.ขอนเเก่น 2557
 4. รับตรง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 2557
 5. รับตรง โควตาจังหวัดนครนายก มศว. 2557
 6. Update โครงการจุฬาฯ-ชนบทปีการศึกษา 2557
 7. รับตรง โครงการทายาทแพทย์แผนไทย ม.สงขลานครินทร์ 2557
 8.รับตรง ม.มหิดล อินเตอร์ ปีการศึกษา 2556 – 2557 




          อย่างไรแล้วศูนย์ข่าวจะพยายามมาอัพเดทโครงการรับตรงให้กับน้องๆ เป็นระยะนะคะ และ น้องๆ อย่าลืมเตรียมตัวอ่านหนังสือเตรียมความพร้อมในการสอบ ดูว่าคณะไหน มีองค์ประกอบวิชาไหนบ้าง เตรียมตัวให้ถูกต้อง แบ่งเวลาให้ดี และศูนย์ข่าวการศึกษาไทยจะคอยเป็นกำลังใจให้น้องทุกคนสอบติดคณะ และมหาวิทยาลัยที่ใฝ่ฝันค่ะ

รับตรง โครงการทายาทแพทย์แผนไทย ม.สงขลาฯ 2557


UploadImage

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีความประสงค์จะคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาในคณะการแพทย์แผนไทย ภายใต้โครงการทายาทแพทย์แผนไทย ประจำปีการศึกษา 2557

จำนวนรับ 20 คน

คุณสมบัติ
- กำลังศึกษาอยูในชั้น ม.6
- GPAX 4 ภาคการศึกษา(ม.4-ม.5) ไม่ต่ำกว่า 3.25
- GPA วิทย์,คณิต,อังกฤษ ไม่ต่ำกว่า 3.25
- มีบิดา หรือ มารดา หรือ ปู หรือ ย่า หรือ ตา หรือ ยาย ที่สืบสายโลหิตโดยตรงเป็นแพทย์แผนไทยหรือหมอพื้นบ้าน และมีใบประกอบโรคศิลปะสาขาแพทย์แผนไทยประเภทเวชกรรมไทย และหรือเภษัชกรรมไทย และหรือประเภทผดุงครรภ์ไทย และหรือประเภทนวดไทย ไม่ต่ำกว่า 5 ปี และรับรองโดยสารธารณสุขจังหวัด

กำหนดการ
รับสมัคร ภายในวันที่ 26 ก.ค. 2556
ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ 9 ส.ค. 2556
สอบสัมภาษณ์ 27 ส.ค. 2556
ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก 20 ก.ย. 2556


ที่มา : http://www.entrance.psu.ac.th/



ปฏิทินรับตรง เรียนดี ม.สงขลานครินทร์ 2557

UploadImage
ปฏิทินการคัดเลือกนักเรียนที่มีผลการเรียนดีเข้าศึกษาระดับปริญญาตรี
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ประจำปีการศึกษา 2557


1. คณุสมบัติทั่วไปของผู้สมัคร
1.1 เป็นผู้มีสัญชาติไทย และกำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สายสามัญ ขณะทำการสมัคร
1.2 เป็นผู้ที่ไม่มีโรคติดต่อร้ายแรง หรือโรคส าคัญที่จะเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและอาชีพ
1.3 เป็นผู้ที่มีความประพฤติดี

2. คณุสมบัติเฉพาะของผู้สมัคร, คณะ/ สาขาวิชา ที่เปิดรับ,และจำนวนรับ
อยู่ระหว่างดำเนินการโปรดติดตามทาง http://www.entrance.psu.ac.th ประมาณต้นเดือนกรกฎาคม 2556

3. ปฏิทินดำเนินการ (อาจมีการเปลี่ยนแปลงโปรดติดตาม ทาง http://www.entrance.psu.ac.th ประมาณต้นเดือนกรกฎาคม 2556)

UploadImage

ที่มา : http://www.entrance.psu.ac.th/

ปฏิทินรับตรง 17จังหวัดและโควตาทั่วประเทศ แม่ฟ้าหลวง 2557

UploadImage


กำหนดการ
การรับสมัครบุคคลเข้าศึกษา ระดับปริญญาตรี ประจำปีการศึกษา 2557
ระบบโควตา 17 จังหวัดภาคเหนือ และ ระบบรับตรงทั่วประเทศ
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง


โควตา 17 จังหวัดภาคเหนือ
ลำดับการดำเนินงานวัน/เดือน/ปี
1รับสมัคร (สมัครออนไลน์)วันที่ 15 กรกฎาคม - วันที่ 13 กันยายน 2556 เวลา 15.00 น.
2ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบคัดเลือก วันที่ 4 ตุลาคม 2556
3สอบข้อเขียน วันที่ 24 ตุลาคม 2556
4สอบสัมภาษณ์ วันที่ 25 ตุลาคม 2556
5ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าศึกษา วันที่ 8 พฤศจิกายน 2556
6ยืนยันสิทธิ์การเข้าศึกษา วันที่ 8 - 22 พฤศจิกายน 2556
7สละสิทธิ์การเข้าศึกษาเพื่อสอบคัดเลือก
ADMISSIONS
วันที่ 20 มกราคม - วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557
ไม่เข้าร่วมการยืนยันสิทธิ์ผ่านระบบเคลียริ่งเฮ้าส์




รับตรงทั่วประเทศ
ลำดับการดำเนินงานวัน/เดือน/ปี
1รับสมัคร (สมัครออนไลน์)วันที่ 16 กันยายน - วันที่ 18 ตุลาคม 2556 เวลา 15.00 น.
2ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบคัดเลือก วันที่ 8 พฤศจิกายน 2556
3สอบข้อเขียน วันที่ 23 พฤศจิกายน 2556
4สอบสัมภาษณ์ วันที่ 24 พฤศจิกายน 2556
5ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าศึกษา วันที่ 20 ธันวาคม 2556
6ยืนยันสิทธิ์การเข้าศึกษา วันที่ 20 ธันวาคม 2556 - วันที่ 3 มกราคม 2557
7สละสิทธิ์การเข้าศึกษาเพื่อสอบคัดเลือก
ADMISSIONS
วันที่ 20 มกราคม - วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557
ไม่เข้าร่วมการยืนยันสิทธิ์ผ่านระบบเคลียริ่งเฮ้าส์


***** หมายเหตุ : ตอนนี้ระเบียบการตัวเต็มยังไม่ออกครับ ถ้ามีการ Update ระเบียบการจะทำการลงข่าวแจ้งให้ทราบครับ....


ที่มา : http://www.admission.mfu.ac.th/index.html
สวัสดีครับ มาแล้วครับ สัดส่วนแอดมิชชั่นกลางปี 2557 (ที่อัพเดทใหม่ เปลี่ยนจากปี 2556) โดยปีนี้ใบ้ให้ว่าจะมี 2 คณะที่ปรับเกณฑ์คะแนนใหม่ แต่ยังคงแบ่งสัดส่วนออกเป็น 13 กลุ่มคณะเช่นเดิม แต่ละคณะจะใช้สัดส่วนอย่างไร และต้องใช่คะแนน GAT PAT วิชาไหน ไปดูกันเลย
เด็กดีดอทคอม :: ม.6 อ่านด่วน!! สอท.เผยสัดส่วนแอดมิชชั่นปี 57 (ปรับใหม่)

มี 2 คณะที่เปลี่ยนใหม่ ดังนี้...
คณะพยาบาลศาสตร์
แอดมิชชั่นปี 56GPAX 20%O-NET 30%GAT 30%PAT วิทย์ 20%
แอดมิชชั่นปี 57GPAX 20%O-NET 30%GAT 20%PAT วิทย์ 30%

คณะทันตแพทยศาสตร์
แอดมิชชั่นปี 56GPAX 20%O-NET 30%GAT 30%PATวิทย์ 20%
แอดมิชชั่นปี 57GPAX 20%O-NET 30%GAT 20%PATวิทย์ 20%PATเลข 10%



สัดส่วนแอดมิชชั่นปี 2557 ถูกแบ่งเป็น 13 กลุ่มคณะดังนี้...

กลุ่มที่ 1 คณะสัตวแพทยฯ , คณะสหเวชศาสตร์ , คณะพยาบาลศาสตร์
คณะสาธารณสุขฯ คณะเทคนิคการแพทย์ , คณะวิทยาศาสตร์กีฬา
GPAX 20% , O-NET 30% , GAT 20% และ PAT 2 30%


กลุ่มที่ 2 คณะทันตแพทยศาสตร์
GPAX 20% , O-NET 30% , GAT 20% PAT 1 10% และ PAT 2 20%


กลุ่มที่ 3 คณะเภสัชศาสตร์
GPAX 20% , O-NET 30% , GAT 10% และ PAT 2 40%


กลุ่มที่ 4 คณะวิทยาศาสตร์ , คณะทรัพยากรธรรมชาติ
GPAX 20% , O-NET 30% , GAT 10% , PAT 1 10% และ PAT 2 30%


กลุ่มที่ 5 คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ
GPAX 20% , O-NET 30% , GAT 10% , PAT 1 20% และ PAT 2 20%


กลุ่มที่ 6 คณะวิศวกรรมศาสตร์
GPAX 20% , O-NET 30% , GAT 15% , PAT 2 15% และ PAT 3 20%


กลุ่มที่ 7 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
GPAX 20% , O-NET 30% , GAT 10% และ PAT 4 40%


กลุ่มที่ 8 คณะเกษตรศาสตร์ , คณะวนศาสตร์ คณะอุตสาหกรรมเกษตร , คณะเทคโนโลยีเกษตร
GPAX 20% , O-NET 30% , GAT 10% , PAT 1 10% และ PAT 2 30%

เด็กดีดอทคอม :: ม.6 อ่านด่วน!! สอท.เผยสัดส่วนแอดมิชชั่นปี 57 (ปรับใหม่)

กลุ่มที่ 9 คณะบริหารธุรกิจ , คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี , คณะเศรษฐศาสตร์
GPAX 20% , O-NET 30% , GAT 30% และ PAT 1 20%


กลุ่มที่ 10 คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม
รูปแบบที่ 1 GPAX 20% , O-NET 30% และ GAT 50%
รูปแบบที่ 2 GPAX 20% , O-NET 30% , GAT 40%
และ PAT 7 (เลือก 1 วิชา) 10%


กลุ่มที่ 11 คณะครุศาสตร์ , คณะศึกษาศาสตร์
รูปแบบที่ 1 GPAX 20% , O-NET 30% , GAT 20% และ PAT 5 30%
รูปแบบที่ 2 GPAX 20% , O-NET 30% , GAT 10% , PAT 5 20%
และ PAT 1/2/3/4/6/7 (เลือก 1 วิชา) 20%


กลุ่มที่ 12 คณะศิลปกรรมศาสตร์ , คณะวิจิตรศิลป์ , คณะดุริยางฯ , คณะศิลปการออกแบบ
GPAX 20% , O-NET 30% , GAT 10% และ PAT 4/6 (เลือก 1 วิชา) 40%


กลุ่มที่ 13 คณะนิเทศศาสตร์, คณะอักษรศาสตร์, คณะศิลปศาสตร์, คณะมนุษยศาสตร์
คณะรัฐศาสตร์ , คณะนิติศาสตร์ , คณะสังคมวิทยา , คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์
รูปแบบที่ 1 GPAX 20% , O-NET 30% , GAT 30% และ PAT 1 20%
รูปแบบที่ 2 GPAX 20% , O-NET 30% และ GAT 50%
รูปแบบที่ 3 GPAX 20% , O-NET 30% , GAT 30% และ PAT 7 20%


อย่าลืมส่งต่อให้ครูแนะแนว และเพื่อนๆ ได้รู้กันด้วยนะครับ จะได้เตรียมตัวทัน สำคัญมาก
*** พี่ลาเต้ ต้องขอขอบคุณข้อมูลจาก สอท.ด้วยครับ

3 มิถุนายน 2556

การทดสอบความรู้ภาษาอังกฤษ TU-GET ประจำปี 2556



2 days agoP'Dome Eduzones
ชม 3,174 ครั้ง
 

   การทดสอบความรู้ภาษาอังกฤษ TU-GET   

   (Thammasat University General English Test)   

   ประจำปี 2556   




   ใครบ้างต้องสมัครสอบ TU-GET ?   
                      >> ข้อสอบ TU-GET เป็นข้อสอบวัดระดับความรู้ภาษาอังกฤษ สำหรับผู้ที่ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรี หลักสูตรนานาชาติ หรือ ภาคภาษาอังกฤษ ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เช่น 
 
               - โครงการ The Combined Bachelor and Master of Political Science Program in Politics and International Relations (English Program) คณะรัฐศาสตร์ (BMIR)

               - โครงการหลักสูตรวารสารศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสื่อสารมวลชนศึกษา ภาคภาษาอังกฤษ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน (B.J.M)

               - โครงการ Bachelor of Economics (International Program) คณะเศรษฐศาสตร์ (BE)

               - โครงการสื่อสารภาษาอังกฤษเชิงธุรกิจ (Business English Communication Program) คณะศิลปศาสตร์

               - โครงการอังกฤษ-อเมริกันศึกษา (British and American Studies Program) คณะศิลปศาสตร์
 
               - โครงการอินเดียศึกษา หลักสูตรนานาชาติ วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์

               - โครงการจีนศึกษา หลักสูตรนานาชาติ วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์


           >> สำหรับผู้ที่ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นนักศึกษาระดับปริญญาโท ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
 
           >> สำหรับผู้ประสงค์จะทดสอบความรู้ภาษาอังกฤษเพื่อทราบระดับความสามารถของตนเอง

           
   กำหนดการรับสมัครและกำหนดการสอบ   


           >>  การทดสอบสอบ ประจำปี 2556 มีทั้งหมด 12 ช่วงสอบ จัดการทดสอบ ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต 
 
 
 

   วิธีการสมัครสอบ   

           >> สมัครสอบออนไลน์
 
           >> การสมัครสอบสำหรับบุคคลทั่วไป (ใช้รหัสบัตรประชาชนในการสมัคร)

           1. สมัครสอบ online ที่ : 
 http://litu.tu.ac.th/TUGET/Login.aspx 

           2. พิมพ์ใบแจ้งการชำระเงินและนำไปชำระเงินที่ ธนาคารกสิกรไทย ทุกสาขา (ชำระผ่านเคาท์เตอร์ธนาคารเท่านั้น ไม่รับชำระผ่าน ATM) 

           3. ตรวจสอบเลขประจำตัวสอบ สถานที่ วัน-เวลาสอบ ทางเว็บไซต์ ก่อนสอบ 1 สัปดาห์ 
(สถาบันภาษาจะไม่ส่งบัตรประจำตัวสอบให้ท่าน โปรดนำบัตรประชาชนแสดงต่อเจ้าหน้าที่ในห้องสอบเพื่อเข้าสอบ) นำดินสอ 2B, ปากกา, ยางลบ
  
           4. ตรวจสอบคะแนนได้ทางเว็บไซต์ หลังจากวันสอบ 1 สัปดาห์ 
(สถาบันภาษาจะส่งคะแนนอย่างเป็นทางการให้ผู้สมัครสอบ ภายหลังการสอบ 2 สัปดาห์)

           5. ไม่อนุญาตให้นำเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดติดตัวเข้าไปในห้องสอบ และไม่อนุญาตให้เข้าห้องน้ำระหว่างการสอบ



           >> สำหรับนักศึกษาธรรมศาสตร์ ปริญญาตรี (ใช้รหัสบัตรนักศึกษาในการสมัคร)
 
           1. สามารถใช้สิทธิ์สอบ  โดยชำระค่าสมัครสอบ 40.-บาท ปีละ 1 ครั้ง เฉพาะ เดือน พฤษภาคม หรือ เดือน ตุลาคม

           2. ให้สมัครสอบ Online ที่: http://litu.tu.ac.th/TUGET/Login.aspx 
          
           3. พิมพ์ใบแจ้งการชำระเงินและนำไปชำระเงินที่ ธนาคารกสิกรไทย ทุกสาขา (ชำระผ่านเคาท์เตอร์ธนาคารเท่านั้น ไม่รับชำระผ่าน ATM)

           4. นักศึกษาสามารถตรวจสอบเลขประจำตัวสอบ สถานที่ วัน-เวลาสอบ
ทางเว็บไซต์ ก่อนสอบ 1 สัปดาห์ (สถาบันภาษา ไม่ส่งบัตรประจำตัวสอบให้ใช้บัตรนักศึกษาเข้าสอบ แสดงต่อเจ้าหน้าที่ในห้องสอบ) นำดินสอ 2B, ปากกา, ยางลบ

           5. กรุณาแต่งกายชุดนักศึกษาเข้าสอบถ้าไม่แต่งชุดนักศึกษาไม่อนุญาตให้เข้าสอบโดยเด็ดขาด

 
           6. นักศึกษาสามารถตรวจสอบคะแนน ทางเว็บไซต์ หลังจากสอบ 1 สัปดาห์ (สถาบันภาษาจะส่งคะแนนอย่างเป็นทางการให้ผู้สมัครสอบภายหลังการสอบ 2 สัปดาห์)

           7. ไม่อนุญาตให้นำเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดติดตัวเข้าไปในห้งอสอบ และไม่อนุญาตให้เข้าห้องน้ำระหว่างการสอบ 

           
หมายเหตุ ยกเว้นนักศึกษาปริญญาตรีภาคพิเศษ ภาคบัณฑิตและนักศึกษา SIIT ไม่สามารถใช้สิทธิ์นี้ได้ 


   ข้อมูลเพิ่มเติมสอบถามได้ที่   


           >> สำนักงานเลขานุการสถาบันภาษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ 
                วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.30-18.30 น. 
                วันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 08.30 – 16.00 น. (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)  
                โทร. 0-2623-5134, 08-7972-7755, 0-2613-3101-3 ต่อ 105, 106
                โทรสาร 0-2623-5138
                Email :  tugetlitu@gmail.com




   พี่โดม #แนะน้อง   

           >> น้องๆ ม.4 และ ม.5 ก็สามารถสมัครได้

           >> เมื่อโอนเงินและสมัครแล้ว จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงช่วง หรือคืนเงิน ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น

           >> Website : การทดสอบความรู้ภาษาอังกฤษ TU-GET (Thammasat University General English Test)
 

ข้อมูลการรับนักศึกษา คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ปีการศึกษา 2557



about an hour agoP'Dome Eduzones
ชม 816 ครั้ง
 
   ข้อมูลการรับนักศึกษา คณะทันตแพทยศาสตร์   
   มหาวิทยาลัยขอนแก่น ปีการศึกษา 2557   



ข้อมูลการรับนักศึกษา คณะ


ข้อมูลการรับนักศึกษา คณะ
 

พี่โดม #แนะน้อง  
         >> ดาวน์โหลด ข้อมูลการรับนักศึกษา คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ปีการศึกษา 2557

         >> Website : คณะทันตะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
         >> Website : การรับเข้าศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ค่ายสานฝันน้อง ม.ปลาย สู่อาชีพโปรแกรมเมอร์

ค่ายสานฝันน้อง ม.ปลาย สู่อาชีพโปรแกรมเมอร์ 
#ค่าย Junior Programmer Camp คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี